ถึงแม้การช็อปปิ้งในช่วงซัมเมอร์เซลล์จะถือเป็นงานประจำของออกญามหาเสนา “อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน” มาแต่ไหนแต่ไร นับตั้งแต่สั่งนำเข้า “วิป แอนเดอร์สัน” โรงละครแห่งนี้ก็ไม่เคยห่างหายจากงานเลี้ยงต้อนรับอสูรหน้าใหม่สักฤดูกาลเดียว แต่สำหรับปีนี้ ดูท่าท่านออกญาคงต้องใส่ใจกับการจับจ่ายเป็นพิเศษ เมื่อต้องสูญเสียสินทรัพย์ไปถึง 2 รายการ ตั้งแต่ยังไม่ได้หิ้วตะกร้าออกจากบ้าน
“คริสเตียโน่ โรนัลโด้” คือสินทรัพย์รายการแรกที่ถูกแก๊งชุดขาวตีหัวลากเข้าบ้านไป โดยที่เจ้าตัวยินยอมมอบหัวให้ตีเน้นๆ แบบไม่กลัวตาย แต่ค่าสินไหมทนแทนจำนวน 80 ล้านปอนด์ แลกกับสมบัติของเราที่พร้อมจะพลีกายเป็นของคนอื่นทุกเมื่อ ก็ดูจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายสักเท่าไหร่ แม้ต้องเสียดาวซัลโวประจำทีม 3 สมัยซ้อนไป แถมเงินก้อนโตยังสามารถแปลงเป็นนักเตะใหม่ถอดด้ามทดแทนได้หลายต่อหลายราย
“คาร์ลอส เตเบซ” เป็นสินทรัพย์รายต่อมาที่ลากกระเป๋าของออกจากบ้านอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ หลังจากโดนหมางเมินมาตลอดทั้งปี ทั้งที่ช่วยกอบกู้สถานการณ์ไว้ตั้งหลายต่อหลายหน จนการงอนง้องวดสุดท้ายก็ไม่อาจช่วยรื้อเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าได้ แม้เจ้าตัวจะยังไม่อาจหาบ้านใหม่ได้เป็นหลักเป็นแหล่ง แต่ดูท่าว่าบ้านหลังคาฟ้าในละแวกใกล้เคียงน่าจะดึงดูดใจมากที่สุด ทำให้ปีหน้าแฟนผีอาจได้เห็น “อาวุธลับ” กลายเป็น “หอกข้างแคร่” ก็เป็นได้
จากการสูญเสียทั้งกำลังหลักและอะไหล่เกรดเอ รวมถึงการปล่อย “โรดริเก้ พอสเซบอน” ไปฝึกฝนวิชาต่างสำนัก ทำให้ ป๋าเฟอร์กี้ ต้องบึ่งรถถึงตลาดเร็วกว่าปีก่อน พร้อมถุงเงินท้ายรถกว่า 80 ล้านปอนด์ ซึ่งนายหัวก็จัดการกวาดนักเตะที่หมายตาทันที
“อันโตนิโอ วาเลนเซีย” เป็นลูกคนใหม่รายแรกที่ป๋าจัดการเจียดเงินก้นถุง 16 ล้านปอนด์ พรากมาจากอ้อมอก “วีแกน แอธเลติก” หลังจากส่งสายตาปิ๊งมาตั้งแต่ปีก่อน แม้จะไม่ได้เปิดตัวในสนามให้แฟนบอลได้กรี๊ดกร๊าด แต่เชื่อแน่ว่าแฟนผีคงเตรียมต้อนรับปีกผิวสีจากเอกวาดอร์เป็นอย่างดีในยูนิฟอร์มปีศาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “นานี่” ที่เตรียมจูงมือกันไปตรวจดีเอ็นเอหาพี่น้องที่พลัดพรากกันมากว่า 20 ปีเรียบร้อยแล้ว
“ไมเคิล โอเว่น” คือนักเตะรายต่อมาที่กุนซือมือฉมังจัดการกระชากมาร่วมทีมแบบไม่มีค่าเสียหายสักเพนนี ปาดหน้าเพื่อนร่วมลีกช่วงโค้งสุดท้ายแบบเฉียดฉิว ซึ่งถือเป็นการช็อปที่มาเร็ว-จบเร็วยิ่งกว่าเคลมประกันเสียอีก หลังจากศูนย์หน้าวัย 29 ปี จัดการร่อนโบชัวร์บรรยายสรรพคุณตัวเองมานานสองนาน แม้เจ้าตัวจะเคยฟักตัวอยู่กับอริร่วมโลกอย่าง “ลิเวอร์พูล” มานานเกือบ 10 ปี แต่ระยะเวลาในการโบยบินไปฝังตัวยังแดนกระทิง ก่อนถลากลับมาชุบตัวในดงสาลิกา ก็น่าจะช่วยชะล้างกลิ่นเดิมๆ ที่ติดตัวมาได้ในระดับที่แฟนผีพึงพอใจ และส่งเสียเชียร์อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ แถมจะยิ่งสะใจเข้าไปใหญ่หากการเยือน “แอนฟิลด์” ปีนี้ จะมีชื่อ โอเว่น อยู่บนสกอร์บอร์ดด้วย
การมาของ “เบบี้โกล์” ทำให้อดนึกถึง “เท็ดดี้ เชอริ่งแฮม” ไม่ได้ ไม่เฉพาะการเป็นศูนย์หน้าดีกรีทีมชาติอังกฤษเหมือนกันเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการย้ายมาร่วมชายคาโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในช่วงบั้นปลายชีวิตค้าแข้ง ซึ่งเลี่ยงไม่ได้กับการถูกปรามาสว่าจะไปได้สักกี่น้ำ ในส่วนของ “น้าหมี” นั้นได้ตบหน้าพวกนักวิจารณ์และวิจารณ์นักไปเรียบร้อย ด้วยประตูและการโหม่งชงที่มิวนิค ทีนี้ก็ต้องรอดูกันไปว่า “เจ้าหนูมหัศจรรย์” ในอดีต จะกลับมาวาดลวดลายขนาดไหนภายใต้เสื้อแดงที่ประดับด้วยปีศาจ หลังทำได้เพียง 30 ประตู ตลอด 4 ปีในถิ่นสาลิกา แถมยังมีนัดกับหมอบ่อยกว่าคุณนายโอเว่นเสียอีก แต่ไม่แน่ โอเว่น อาจได้รับสิทธิเป็นเด็กเชื้อสายลิเวอร์พูลรายแรกที่ได้ชูถ้วยพรีเมียร์ ลีก ก็เป็นได้
“กาเบรียล โอแบร์กต็อง” เป็นนักเตะล็อตถัดมาที่ป๋าหอบหิ้วมาจาก “บอร์กโดซ์” ด้วยสินสอดที่คาดกันประมาณ 3 ล้านปอนด์ แม้จะไม่มีชื่อเสียงเรียงนามเป็นที่รู้จัก แต่ยูไนเต็ดก็แอบเหล่เจ้าหนูรายนี้มานานพอสมควร เจ้าหนู “กาบี้” ในวัย 20 ถือเป็นกำลังหลักของทีมชาติฝรั่งเศสชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี เล่นได้ทั้งตำแหน่งปีก มิดฟิลด์ตัวรุก และศูนย์หน้า แถมยังมีตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมประจำ “ตูลง ทัวร์นาเมนต์” ที่เพิ่งจบไปเมื่อเดือนก่อนช่วยการันตีคุณภาพอีกด้วย
แม้จะสะสม อสูรสายพันธุ์ใหม่ 2009 ไปแล้วถึง 3 ราย แต่คาดว่า ท่านเซอร์ คงไม่รามือง่ายๆ แน่ เมื่อช่องโหว่ที่ปีกบัลลงดอร์ทิ้งไว้ยังไม่อาจถมได้เต็ม ซึ่งอาจต้องชดเชยด้วยนักเตะเกรดเออย่างน้อย 1 คน แต่นับวันดูจะเป็นเรื่องยากเสียเหลือเกินสำหรับการอิมพอร์ทแข้งเกรดเอสักคนสู่เวทีพรีเมียร์ ที่ไม่ยอมพักหนีหนาว แล้วยังต้องโดนภาษีโขกสับถึง 40% ที่มีกำหนดพุ่งไปถึง 50% ในปีหน้า แถมยังมีคู่แข่งอย่าง “รีล มาดริด” ที่พร้อมจะดูดแย่งเพื่อสร้างทีมจักรวาลอีก
ไม่ว่าจะเป็น “ซลาตัน อิบราฮิโมวิช”, “แซร์จิโอ อากูโร่”, “ซามูเอล เอโต้”, “หลุยส์ ฟาเบียโน่”, “แอชลีย์ ยัง” หรือดาวรุ่งบราซิเลี่ยนวัย 18 อย่าง “ดักลาส คอสต้า” ล้วนแต่มีข่าวพัวพันกับยูไนเต็ดมาตลอด แถมยังมีข่าวเล็ง “เอดูอาร์โด้ ซัลวิโอ” ศูนย์หน้าวัย 19 ซึ่งถูกเรียกเข้าสู่ทีมชาติชุดใหญ่ของอาเจนติน่าไปแล้วหลุดออกมาอีกราย แต่ทุกอย่างก็ยังคงหยุดอยู่เพียงบนหน้าหนังสือพิมพ์ หาใช่บนหนังสือสัญญาซื้อขายอย่างที่ควรจะเป็น
ไม่แน่ อสูรสายพันธุ์ใหม่รายต่อไป อาจมีบิ๊กเซอร์ไพร์ส หรือไม่ก็ช็อกวงการยิ่งกว่า ไมเคิล โอเว่น ก็ได้
แฟนผีเตรียมอ้าแขนรับได้เลย
chokechone11
2001-2024 RED ARMY FANCLUB Official Manchester United Supporters Club of Thailand. #ThaiMUSC